ReadyPlanet.com
dot dot


จุดเริ่มต้นสอบสาธิต (บทความจากใจผู้ปกครอง winner)

                            จุดเริ่มต้น สอบสาธิต

 

                                                                                             

 

J ช่วงเวลาดีๆ กับครอบครัว Winner J

 

คุณจบที่ไหนมา?? ทำไมต้องเรียนที่นี่?? มันดีอย่างไร?? มันคือคำตอบสุดท้ายของคุณ งั้นเหรอ??

คำถามมากมายก้องอยู่ในหัวคุณแม่ เมื่อเริ่มตัดสิน ใจ ให้ลูกสอบเข้า โรงเรียนแห่งหนึ่ง

ใช่เลยค่ะ #สาธิต คำนี้เลยค่ะ ที่ใครต่อใคร ถาม ถาม ถาม และก็ถามคำถามมากมายกับครอบครัวเรา ? ?? ???

ครอบครัวของเราตั้งความหวัง (ชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวังค่ะ J) แต่เราไม่เคยคาดหวังว่า ชีวิตของลูก จะต้องเริ่มและจบที่ตรงไหน ครอบครัวของเรามองว่า เส้นทางไหน ที่เราควรปูเส้นทางและชี้แนะให้กับเขา เพราะด้วยวัยและอายุของลูก ยังคงเลือกและตัดสินใจ ไม่ได้อย่างแน่นอน

ฉะนั้น หนทางใด เป็นหนทางแห่งความสำเร็จ เป็นหนทางที่เรากลั่นกรองแล้วว่า ดี  พ่อและแม่ก็ต้องทำหน้าที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมอบโอกาสนั้นให้กับลูก  ส่วนผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรนั้น อยู่ที่เราเต็มที่หรือยัง  ลูกเราเต็มที่หรือยัง  และโชคชะตา นำพาหรือยัง J

ถ้าคุณลองถามเด็กๆ ที่มีอายุระหว่าง 3-5 ขวบ คงมีไม่ถึง 1% ที่จะสามารถตอบคุณได้ว่า เด็กๆ เหล่านั้น อยากเรียนและทำอะไร เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่า ลูก ควรเข้าเรียนที่ไหน โรงเรียนอะไร ยังไม่มีใครตอบคุณได้ว่า สิ่งที่คุณเลือกและตัดสินใจ มันถูกต้องหรือไม่

บ่อยครั้งที่เราได้ยินมาว่า อย่าไปกำหนดชีวิตเด็ก อย่าไปบังคับเขา เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำ ลองคิดสักนิด คุณพ่อคุณแม่ คิดว่า ถูกต้องทั้งหมดแล้วหรือไม่ค่ะ ครอบครัวของเราไม่ได้บอกว่า นั่นคือสิ่งที่ผิด แต่เรามองว่า เราควรทำหน้าที่ชี้แนะและนำทางให้ในช่วงเริ่มต้น (ช่วงวัยอนุบาล  ประถม) เพราะการเริ่มต้นที่ดี              มีชัยไปกว่าครึ่ง หากลูกของเราสามารถมีที่เรียน ที่มีระบบ ที่มีความพร้อม เมื่อถึงเวลาของการตัดสินใจ ในวัยที่เหมาะสม  เด็กจะสามารถเข้าใจ และ มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งคุณแม่เอง เชื่ออย่างยิ่งว่า ถึงตอนนั้น เด็กๆ เหล่านั้น จะสามารถแก้ไขปัญหาและผ่านพ้นไปได้ด้วยดีอย่างแน่นอน เพราะพื้นฐานของครอบครัวที่ดี พื้นฐานของโรงเรียนที่ดี ถึงตอนนั้น เขาจะสามารถเลือกได้ว่า จะเรียนสาขาอะไร ทิศทางไหน  

 

จุดเริ่มต้น

ครอบครัวของเรา ส่งลูกเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง (ขออนุญาตเอ่ยชื่อโรงเรียนนะคะ - อนุบาลพิณทิพย์) ด้วยชื่อเสียงของโรงเรียนเน้นด้านวิชาการ และ อยู่ใกล้ที่ทำงานคุณแม่ ซึ่งทำให้สะดวกในการรับส่งอย่างมาก แต่โรงเรียนมีการเรียนการสอนถึงอนุบาล 3 เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการเริ่มมองหาโรงเรียนใหม่ให้กับลูก

  

ครอบครัวเราเริ่มมองหาโรงเรียนจากการศึกษาข้อมูลหลายๆ โรงเรียน แต่นั่น ไม่ใช่เพราะเลือกในสถาบัน  เรามองระยะยาว เช่น เป็นโรงเรียนสหศึกษา หรือ โรงเรียนชายล้วน  เป็นโรงเรียนที่สามารถต่อยอด ในช่วงมัธยมได้หรือไม่  ซึ่งครอบครัวเรา ตัดสินใจร่วมกัน ที่จะให้ลูกสอบเข้า โรงเรียนในเครือสาธิต นั่นจึงเป็นที่มาและเป็นเป้าหมายของเราในลำดับต่อไป

 

เมื่อเริ่มตั้งเป้าหมาย

สู้  คำๆ นี้ต้องบิ้วกันทุกวันเลยค่ะ J เราเริ่มหาข้อมูลที่เกี่ยวกับสาธิต ทั้งในส่วนของ เกณฑ์อายุในการสอบ สถาบันสอนพิเศษ การสมัครสอบ การเตรียมตัวในทุกๆ ด้าน เรานำรายละเอียดต่างๆ  มาอธิบายให้ลูกเข้าใจ ว่าตัวเขาเอง จะต้องทำอะไร ต้องเตรียมตัวอย่างไร และต้องจัดการชีวิตของเขาอย่างไรบ้าง เพื่อให้เขาเข้าใจว่า เรา กำลัง จะทำอะไร เพื่ออะไร และเกิดประโยชน์อย่างไรกับตัวเขา  ซึ่ง เป็นโชคดีของเราค่ะ ที่ลูก เป็นคนที่ยอมรับฟัง และ เข้าใจในเหตุและผล ที่เราอธิบายให้ฟัง  และเมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดขึ้น ชีวิตการทำงานของ คุณพ่อและคุณแม่ ก็หนักขึ้นทันตาเห็น hahaha  เพราะนั่นคือ งานก็ต้องทำ ลูกก็ต้องเตรียมตัว   เราจึงต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบ

โดย

*   เราเลือกที่จะให้ลูกเรียน ติว กับสถาบัน ที่เราไว้วางใจ ซึ่งได้แก่ 1) #Kidsmystic และ 2) Kids????   เนื่องด้วย ทั้งสอง (คุณพ่อคุณแม่) ต่างก็ต้องทำงาน จึงทำให้เวลาในการสอนเนื้อหา เทคนิค ต่างๆ ไม่เต็มที่นัก อีกทั้ง โรงเรียนที่เรียนอยู่ เน้นวิชาการ เราจึงมองหาสถาบันที่ช่วยเสริมด้านเชาว์ เพื่อเติมเต็มมากขึ้น แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีเวลาอยู่กับลูก 100% หากจะเลือกที่เป็นผู้สอนเอง ก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ แต่จะต้องมั่นใจว่า สามารถรับมือกับคุณลูกได้อย่างดีนะคะ เพราะบางครั้งเด็กๆ เลือกที่จะเชื่อฟัง และ อยู่ในวินัยกับคุณครู มากกว่าผู้ปกครองค่ะ

*   เราจัดทำตารางเวลาการเรียนของลูกจนถึงวันสอบ (17 มีนาคม 2558) ทั้งโรงเรียนประจำและโรงเรียนติว รวมถึงตารางวันลาของพ่อและแม่ J  โดยปกติ วินเนอร์จะมีวันเรียนเพิ่มเติม 2 ช่วงเวลา คือ เย็นวันศุกร์ กับ เช้าวันอาทิตย์ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็จะทบทวน และ เล่น ตามเวลาในตารางที่กำหนด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตารางที่เล่าถึง มีช่วงเวลาที่เหมาะสมนะคะ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเข้าใจและ   รู้ว่า ลูกของเรา มีพฤติกรรมแบบไหน ชอบ ไม่ชอบ อะไร เพื่อนำมาปรับและใช้เป็นกลยุทธ์ และ แรงจูงใจ ในการดึงดูดให้ลูก ร่วมกิจกรรม ที่เตรียมไว้ ที่สำคัญ เรายึดทางสายกลาง คือไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไปค่ะ

*   พฤติกรรมในการทำแบบฝึกหัด หรือ แบบทดสอบต่างๆ เราให้ลูกทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นทำทุกวัน จะมากจะน้อย ก็ต้องทำทุกวัน ให้เกิดความถี่ และ ความสม่ำเสมอให้มากที่สุด หากวันไหนทำไม่ได้จริงๆ ขอให้คุณพ่อคุณแม่ เปลี่ยนวิธีการนะคะ เช่น ใช้วิธีการถาม-ตอบ หรือการเล่านิทานและตอบคำถาม เพื่อฝึกสมาธิการฟังไปในตัว ทุกช่วงเวลาในการใช้ชีวิตร่วมกับลูก คุณพ่อคุณแม่สามารถสอดแทรก ความรู้รอบตัวต่างๆ ให้กับลูกได้ตลอดเวลา โดยเราจะต้องไม่คิดแทนเขาว่าเขาจะเข้าใจ หรือ ไม่เข้าใจ             

แต่สิ่งที่เราถ่ายทอดหรือสื่อสารกับ ลูก จะต้องเป็นข้อเท็จจริง เช่น ลูกทราบหรือไม่ว่า พระอาทิตย์ ขึ้นทางทิศตะวันออก  กลางวันและกลางคืนแตกต่างกันอย่างไร  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีอะไรบ้าง  อะไรคือสิ่งมีชีวิต หรือ ไม่มีชีวิต เป็นต้น

การอธิบาย เหตุและผล ในเรื่องต่างๆ ครอบครัวเราใช้การทดสอบความเข้าใจของลูก โดยการให้เขาลองอธิบายในสิ่งที่เราอธิบายไป พร้อมทั้งให้ลูก วาดภาพแสดงความคิดลงในกระดาษ (แค่การขีดๆ เขียนๆ ไม่ถึงขนาดต้องวาดสวยงามนะคะ) เพราะการที่ให้เด็กได้อธิบาย และ สื่อสารออกมา จะทำให้เรารู้ว่า ลูกมีความเข้าใจถูกต้องหรือไม่

*   ครอบครัวของเรา ใช้ลักษณะการช่วยจำให้กับลูก โดยสื่อสารเป็นภาพ เพื่อให้เด็กสามารถรับรู้จากคำและภาพที่มองเห็น จะทำให้เขาสามารถจดจำได้ดี ค่ะ

*   จัดช่วงเวลาให้การศึกษาธรรมชาติ เรียนรู้จากสิ่งของจริง ทดลองจริง ทำจริง เพื่อให้เกิดทักษะชีวิต และความรู้รอบตัวให้มากที่สุด

*   ครอบครัวเรา จะทำการประเมินความสามารถของลูก ทุกๆ เดือน ว่าเขามีจุดอ่อน จุดแข็ง อะไร และอะไรที่จะต้องเร่งปรับปรุง หรือ หาวิธี เพื่อให้ลูก สามารถเข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ หาก พ่อแม่ ไม่สามารถไขปัญหา ให้กับลูกๆ ได้ จะทำให้เขาไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งแต่ละครอบครัว นอกจากทฤษฎีแล้ว ควร ปฏิบัติร่วมด้วย เพื่อเป็นการสร้างภาพให้เกิดขึ้นในความคิดของเด็ก โดย จัดบรรยากาศในการทดลองต่างๆ เช่น การดูระดับของน้ำ การอธิบายเรื่องเงา  การจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง เป็นต้น

*   ครอบครัวเรา ฝึกสมาธิให้กับลูก โดยนั่งสมาธิเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นทุกวันค่ะ ช่วงแรกๆ เขาก็ไม่ยังทำตามนะคะ แต่เราก็ทำทุกวัน จนเขาเริ่มทำตามและทำได้ดีค่ะ เพราะลูกสามารถนั่งได้นิ่ง และ นาน ขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ในการบ่งบอกว่า เขาน่าจะนั่งทำข้อสอบอย่างต่อเนื่องได้อย่างหายห่วง J

 

ปัญหาและอุปสรรค

ทั้งหมดทั้งมวล ที่กล่าวมา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบค่ะ  L แต่ก็ไม่ได้เกินความสามารถหรือความพยายามของคุณพ่อคุณแม่ J ครอบครัวเราจะสอนลูกอยู่เสมอว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ทุกครั้งที่ลูกทำอะไรไม่ได้ หรือ ขอความช่วยเหลือจากคุณพ่อคุณแม่ เช่น แกะซองขนมไม่ได้  ผูกเชือกรองเท้าไม่ได้  ตัดกระดาษไม่ได้ เราจะบอกกับลูกเสมอว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น และเมื่อเขาทำสำเร็จ  เขาจะเข้าใจว่า มันใช่เลย J แต่ในบางครั้งคุณพ่อคุณแม่ ควรทำเป็นตัวอย่างบวกกับสอนลูกให้เข้าใจไปด้วย   นะคะ เพราะจะทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่น ที่พ่อและแม่ไม่ทอดทิ้งเขาค่ะ และนั่นเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับลูกในระยะยาวค่ะ 

 

ปัญหาที่เราพบ ระหว่างช่วงการเดินทางไปยังเป้าหมาย

Ø พลังของเราเริ่มหมดค่ะ – เมื่อพ่อเริ่มเครียด และ แม่เริ่มท้อ เกิดจากอะไรเหรอคะ hahaha ก็เหมือนกับ

การวิ่งค่ะ เมื่อเราต้องมาวิ่งแข่งกับนักวิ่ง ที่มีจุดหมายเดียวกับเรา ความกดดันเกิด ความเครียดเกิด    ความท้อตามมาแน่นอนค่ะ แต่เราต่างก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน กำลังใจสำคัญค่ะ ในช่วงเวลาที่ท้อมากๆ เราชาร์จตัวเอง โดยการหยุดทุกอย่าง และตั้งสติใหม่ ลดความหวังแต่ไม่เปลี่ยนเป้าหมาย ฟังดูแปลกๆ    นะคะ แต่เราทำอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ เราเริ่มมองการสอบ เป็นเรื่องปกติ มองสถิติคนสมัครเป็นเรื่องธรรมดา มองปัญหาและอุปสรรค เป็นแรงผลักดัน ให้เราต้องทำให้ดีที่สุด มองหน้าลูกเวลาเขายิ้ม กำลังใจของพวกเราก็กลับมาละคะ ^_^ อีกทั้งต้องขอขอบคุณ Coach ที่เป็นกำลังใจให้เราเสมอมา น่ารักจริงๆ ค่ะ

 

Ø พลังของเจ้าตัวเล็กหมด – ปัญหานี้สิคะ ท้าทายสุดๆ เพราะเราต้องหากลยุทธ์ขั้นเทพกันเลยทีเดียว      เมื่อลูกล้ากับการทำแบบฝึกหัด เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นและต้องการเล่น เล่น และก็เล่น เราแก้ปัญหาเหล่านี้

โดย

§  หยุด เช่นกันค่ะ แต่หยุดในที่นี้หมายถึง หยุดจากการให้ลูกทำ มาเป็นคนให้เราทำค่ะ hahaha คุณแม่หมายถึง เราให้ลูกออกข้อสอบให้เราสอบค่ะ เขาจะตั้งคำถามที่เขาอยากจะถามเรา บางครั้งก็เป็นคำถามที่มาจากแบบฝึกหัดที่เขาเคยทำ หรือ บางครั้งก็มาจากธรรมชาติ  สิ่งรอบตัว ที่เราเคยถาม-ตอบ กับเขา ค่ะ ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ แต่อาจจะดำเนินเรื่องแบบช้าๆ นะคะ เพราะกว่าจะคุณลูกจะเรียบเรียงโจทย์ให้กับเรา แต่เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลนะคะ   ถึงจะใช้เวลานาน   ซักหน่อย เพราะลูกสามารถตั้งคำถาม และ ตัวเลือกให้เราได้ แสดงว่า กระบวนการคิดของเขา เริ่มเป็นระบบค่ะ เริ่มมีตรรกะ และเริ่มที่จะเข้าใจในโจทย์ เป็นสัญญาณที่ดีในการที่จะก้าวต่อไป

§  เพิ่มการทดลอง มากกว่า แบบฝึกหัด หมายถึง สิ่งที่อยู่ในแบบฝึกหัด ครอบครัวเรานำมาประยุกต์เป็นการทดลองค่ะ เพื่อให้ลูกรู้สึกถึงความสนุก ความไม่น่าเบื่อ และสามารถจดจำได้ดีกว่าการท่องจำ เช่น การตัดกระดาษพับ 2 พับ 4  การทดลอง จม-ลอย  การชั่งน้ำหนัก  หนัก-เบา เป็นต้น

 

Ø ปัญหาสุขภาพ – เรื่องนี้ครอบครัวเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งเช่นกันค่ะ สุขอนามัยทุกๆ ด้านคุณพ่อคุณแม่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษค่ะ เนื่องจากถ้าหากลูกมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง หรือ เจ็บป่วยแล้ว ความพร้อมในการเรียนรู้ก็จะลดลง ก่อให้ความถี่และความสม่ำเสมอลดลงไปด้วย หากถ่านที่กำลังจะมอด แล้วเราไม่รีบเติมเชื้อเพลิง ไฟก็อาจจะดับลงได้เช่นกันค่ะ ฉะนั้นระหว่างที่ลูกไม่สบาย การทำแบบฝึกหัดหรือการ ติว         ก็จะต้องหยุดไปด้วย ครอบครัวเราจะใช้วิธีป้อนความรู้ให้กับเขา โดยใช้การเล่าและอธิบายหลักการ การถาม-ตอบ ในเรื่องทั่วๆ ไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การพักผ่อนสำคัญที่สุดนะคะ อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วค่ะว่า ไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป

 

 

 

ความสำเร็จ

บรรยากาศในวันสอบ มันช่างเป็นอะไรที่ ตื่นเต้นๆ ส่วนลูก คุณแม่รับรู้ได้เลยค่ะว่า เขาเป็นกังวลมากๆ ลูกคอยถามว่า หนูจะทำได้ไหม หนูจะทำได้ไหม และหนูจะทำได้ไหม ก็น่ากังวลนะคะ เพราะเด็กๆ       ที่มาสอบ มากันเยอะมากๆ คุณพ่อและคุณแม่ บอกกับเขาก่อนเข้าห้องสอบว่า พ่อและแม่ รอหนูอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ไปไหน ขอให้หนูตั้งใจให้ดี มีสมาธิในการสอบ เรารักลูกนะ เท่านั้นจริงๆ ค่ะ เพราะเรารู้นิสัยลูกเราว่าเขากังวลว่า พ่อกับแม่ จะรอตรงไหน จะไปไหนไหม จะมารับกี่โมง ต่างๆ นานา แต่เมื่อเขาได้ฟังเราแล้ว เขาก็จะสบายใจค่ะ เท่านั้นจริงๆ ค่ะ เขาเป็นเด็กที่ติดแม่มากๆ ค่ะ จะขอกอดก่อนเข้าโรงเรียนอยู่เสมอๆ (ประมาณงอแงนิดๆ) แต่วันสอบ (17 มี.ค 58) ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีค่ะ

 

เมื่อวันประกาศผลมาถึง ตื่นเต้นมากค่ะ มากสุดๆ ก่อนที่ผลสอบจะออก ครอบครัวเราได้รับกำลังใจจาก มิตร อย่างไม่ขาดสาย กำลังใจจาก Coach ที่พูดว่า ลูกคุณแม่จะต้องมีชื่อ และสอบติดอย่างแน่นอนเราก็หวังว่าจะเป็นไปตามฝันที่ฝันไว้ มันเป็นอะไรที่ แน่น จุกตรงหน้าอกนะคะ  เที่ยงคืนนิดๆ ของวันที่ประกาศผล  ผลสอบถูกโพสต์ลงเว็บไซต์ของโรงเรียน คุณแม่ทำใจไม่ได้ค่ะ ก็เลยขอตัวเข้านอนก่อน (แต่นอนไม่หลับนะคะ) ส่วนคุณพ่อ รับหน้าที่รับความจริงไป hahaha คุณพ่อเป็นคนเข้าเช็คผลสอบค่ะ ^_^ เสียงแห่งความดีใจ เสียงแห่งความปลื้มปิติ ดังขึ้นจากคุณพ่อ ด้วยคำว่า วินเนอร์ทำได้แล้วแม่มันรู้สึกเหมือนกับว่าความหนัก ความแน่น ความอึดอัด มันถูกวาง ถูกปลดปล่อยออกจากใจของเราค่ะ J

 

ความรู้สึกของลูก เมื่อทราบผลสอบ

เช้าของวันที่ประกาศผลสอบ เราบอกกับลูกว่า โรงเรียน ประกาศรายชื่อผู้ที่สอบผ่านการคัดเลือกแล้วนะครับ หนูลองเช็คผลสอบดูสิครับ ว่ามีรายชื่อหรือเปล่า เขาหยิบไอแพดขึ้นมาแล้วเลื่อนๆ หารายชื่อตัวเอง ช่วงแรกๆ ก็ทำหน้านิ่งๆ ค่ะ เพราะยังหาไม่เจอ แต่ซักพักเขาก็อมยิ้ม แล้วบอกกับเราว่า แม่ครับมีชื่อด้วยครับ J คุณลูกยิ้ม และเดินเข้ามากอดแม่ เรารู้ค่ะว่าเขาดีใจมาก แต่เขาเป็นเด็กขี้อายและก็มีฟอร์มค่ะ hahaha เราชมเชยเขาและกอดกันอย่างมีความสุข J เช้าวันนั้นลูกไปเรียนตามปกติค่ะ

ก่อนเข้านอนวันเดียวกันนั้น เขาเดินมากอดแม่พร้อมกับพูดว่า แม่ครับ สอบติดแล้วครับ หัวใจของลูกยังคงพองโต ไม่น้อยไปกว่า พ่อและแม่ ซึ่งลึกๆ แล้วความภาคภูมิใจคงเกิดขึ้นในใจของเขา เขาทำได้และทำสำเร็จ และเขาก็บอกกับเราว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น จริงๆ ด้วยครับแม่ ครอบครัวเราภูมิใจในตัวลูกมากๆ ค่ะ มากจนบรรยายไม่ถูกเลยทีเดียว J

 

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ มีทั้งสุข ทุกข์ หัวเราะ น้ำตา คละกันไป อย่างที่กล่าวค่ะ ลดความหวังลง แต่เป้าหมายยังคงเดิม ครอบครัวเราโชคดี ที่ผ่านพ้นและสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของความสำเร็จในวันต่อๆ ไป ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ครอบครัว และหวังว่า ข้อมูลจากครอบครัวของเรา จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับหลายครอบครัว ที่มีเป้าหมายเดียวกับเรานะคะ ขอเพียงเชื่อและศรัทธาว่าเราทำได้ ทุกอย่างก็อยู่ที่เราค่ะ ไม่ใช่ฟ้าลิขิตเพียงผู้เดียว

 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณ Coach ขอบคุณครอบครัวของเรา ขอบคุณความพยายามของลูก

และขอบคุณตัวเองที่ถึงแม้จะเคยท้อ แต่ไม่เคยถอย ค่ะ

ขอเพียงเชื่อและศรัทธา ว่าเราทำได้ J คุณก็จะทำได้แน่นอนค่ะ

 

 




สอบสาธิตบทความน่าสนใจ

สอบสาธิตเด็กที่ประสบความสำเร็จ.......... น่ารักไหม???????? article
แนวข้อสอบปี2560 สาธิตประสานมิตร
เด็กที่แน่จริงมั่นใจ ต้องเป็นแบบนี้
แนวข้อสอบปี2559 สาธิตประสานมิตร
กฎแห่งความโชคดี
คลิปต่างๆ article
คลิปการเดินทางสอบเข้าสาธิตประสานมิตร article
คลิปในการสอนห้องสด article
แนวข้อสอบปี2558 article
สอบสาธิตประสานมิตร pretest2557 article
สอบpretestสาธิต มันดีอย่างไร?
สอบสาธิตประสานมิตร Pre Test 2556 article
สอบเข้าสาธิตประสานมิตร Pre-test ปี2555 article
สอบสาธิต สอนอย่างไรให้ถูกต้อง article
ติวเข้าสาธิต โดมิโน article
ติวสาธิต เล่นอนุกรม
กว่าจะเข้าสาธิต article
สอบสาธิต การเล่นนับไม้บล๊อก article
สอบสาธิต แรงบันดาลใจแด่พ่อแม่ article
สอบสาธิต 9 เทคนิคฝึกสมองไบรท์ article
ติวสาธิตแบบRelax zzzzzzzzzzzzzz สบาย สบาย
ติวสาธิต ทบทวน ทบทวน ทบทวน
ติวสาธิต IQ # Success
ติวเข้าสาธิตมันยากก่อนที่มันจะง่าย
องค์ประกอบในการสอบเข้าสาธิต
สอบสาธิตเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง
ติวสาธิต จงรู้อย่างชัดเจนว่าตนเองต้องการอะไร
สอบสาธิต อยากโชคดี........ในการเข้าโรงเรียนสาธิตประสานมิตร



Copyright © 2008 All Rights Reserved.